เส้นทางจาก มนุษย์เงินเดือน สู่การเป็นเถ้าแก่

Posted on ธันวาคม 3, 2020ปิดความเห็น บน เส้นทางจาก มนุษย์เงินเดือน สู่การเป็นเถ้าแก่

การเตรียมความพร้อมก่อนเป็นเป็นเถ้าแก่ ของ มนุษย์เงินเดือน นั้น จะมีเป็นวิธีการดีๆ การวางแผนต่างๆ ขั้นตอนการแบ่งวิธีการทำงานและการดำเนินชีวิตในรูปแบบต่างกันไป วันนี้เราจะมาดูกันว่า เส้นทางจาก มนุษย์เงินเดือน สู่การเป็นเถ้าแก่ นั้นมีอะไรบ้าง ตัวเราสามารถทำได้หรือไม่

               ปัจจุบันคงไม่มีใครอยากเป็นลูกจ้างไปตลอดชีวิต การเป็น มนุษย์เงินเดือน ไม่ได้ทำให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นหรือแย่ลง แต่เชื่อว่า มนุษย์เงินเดือน หลายคน อยากจะมีธุรกิจส่วนตัว งานไม่ประจำ หรืออาชีพอิสระ เป็นของตัวเอง เพื่อหวังจะให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

หรือบางคนมุ่งที่ต้องการออกมาเดินตามเส้นทางฝันของตัวเอง ดังนั้น เราจึงอยากแนะนำ การเตรียมความพร้อมของ มนุษย์เงินเดือน ให้เป็นเถ้าแก่ แล้วจะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

การวางแผน
การวางแผน

การเตรียมความพร้อมของ เส้นทางจาก มนุษย์เงินเดือน สู่การเป็นเถ้าแก่

               อย่างที่บอกไปข้างต้น คงไม่มีใครอยากเป็นมนุษย์เงินเดือนไปตลอดหรอกใช่ไหมคะ เพราะทุกคนต่างต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกันอย่างแน่นอน โดยจากผลการศึกษาของบริษัทเอออน ฮิววิท (ประเทศไทย) จำกัด พบว่าอัตราการลาออกของพนักงานในปี 2560 เพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยละ 16.6 จากร้อยละ 16.3 ในปี 2559 และร้อยละ 13.5 ในปี 2558

โดยพนักงานบางส่วนลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวด้วยความตั้งใจที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ Small Business Administration พบว่า มีเพียงสองในสามของธุรกิจที่ตั้งใหม่ที่สามารถอยู่รอดใน 2 ปีแรก และมีเพียงครึ่งเดียวของธุรกิจที่รอดมาได้ใน 2 ปีแรกที่อยู่รอดได้ถึง 5 ปี และมีเพียงหนึ่งในสามของส่วนที่รอดมาได้หลัง 5 ปีที่สามารถอยู่รอดได้ถึง 10 ปี แสดงว่าการทำธุรกิจให้ยั่งยืนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย

ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจเราจะต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ให้ครบ โดยต้องเตรียมตัว และพิจารณาในเรื่องหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

               1. การวางแผน นั่นก็คือแผนธุรกิจที่เราควรวางไว้ เพื่อรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น โดยแผนธุรกิจ ต้องเตรียมอย่างน้อย 3-5 ปี เปรียบได้กับการสร้างบ้านต้องมีพิมพ์เขียว ก่อนที่จะทำธุรกิจจริงก็ต้องมีการทำแผนธุรกิจก่อนเสมอเพื่อให้เห็นภาพรวมธุรกิจได้ครบทุกมุมมอง พิจารณาโมเดลการทำธุรกิจเพื่อทราบแหล่งรายได้ คุณค่าของสินค้าหรือบริการ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คู่ค้า จำนวนเงินลงทุนที่ต้องการ

และแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม จำนวนปีที่จะคุ้มทุน ต้นทุนคงที่ และต้นทุนผันแปร การตั้งราคา ช่องทางการตลาด และการจัดจำหน่าย รวมถึงการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ Connection

               2. ศึกษารูปแบบของธุรกิจที่สนใจ โดยการรูปแบบการทำธุรกิจที่เหมาะสม เช่น ประกอบธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล โดยพิจารณาเปรียบเทียบภาระภาษี และการหักค่าใช้จ่าย

               ก. อัตราภาษีที่แตกต่างกันมาก บุคคลธรรมดา จะเสียภาษีในอัตราก้าวหน้า ตั้งแต่ร้อยละ 5 ถึงร้อยละ 35 นิติบุคคล เสียภาษีในอัตราคงที่ที่ร้อยละ 20 สำหรับนิติบุคคลขนาดใหญ่ นิติบุคคลที่เข้าเงื่อนไขธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คือมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตราภาษีจะลดลงอีก โดยกำไรสุทธิในส่วนที่น้อยกว่า 3 แสนบาทยกเว้นไม่เสียภาษี ส่วนที่เกิน 3 แสนบาทและไม่เกิน 3 ล้านบาทแรกเสียภาษีในอัตราร้อยละ 15 และส่วนที่เกิน 3 ล้านบาทเสียภาษีร้อยละ 20 ซึ่งการประกอบธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลอาจจะประหยัดภาษีได้มากกว่ารูปแบบบุคคลธรรมดา

               ข. การหักค่าใช้จ่าย บุคคลธรรมดา สามารถเลือกใช้วิธีการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาสำหรับเงินได้บางประเภท นิติบุคคล สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง โดยจะต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบการหักค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม

รูปแบบของธุรกิจที่สนใจ
ทรัพยากรที่จำเป็นต้องมี เปรียบเทียบกับที่ปัจจุบันมีอยู่

               3. ทรัพยากรที่จำเป็นต้องมี เปรียบเทียบกับที่ปัจจุบันมีอยู่ เช่น ทีมงาน สถานที่ อุปกรณ์การทำงาน เช่น คอมพิวเตอร์ เป็นต้น โดยพิจารณาลงรายละเอียดว่าควรซื้อ หรือเช่า หรือจ้างบริการจากบุคคลภายนอก (outsource) สำหรับงานบางอย่าง ซึ่งอาจจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าในกรณีที่กิจการยังมีเงินลงทุนจำกัดในช่วงแรก

               4. การบริหารสภาพคล่องและเงินทุนสำรอง ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ เพราะธุรกิจที่เราจะลงทุนนั้น จะอยู่รอดหรือไม่รอดก็ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและเงินทุนสำรองนั่นเอง โดยการประกอบธุรกิจในช่วงแรกมักมีความเสี่ยงในเรื่องการบริหารรายรับรายจ่าย ซึ่งอาจสืบเนื่องจากรูปแบบการประกอบธุรกิจ เช่น ในบางธุรกิจอาจมีการให้ลูกค้าใช้บริการฟรีในช่วงแรก ในขณะที่มีต้นทุนที่เกิดจากการทำธุรกิจแล้ว จึงต้องพิจารณาการบริหารสภาพคล่องให้เหมาะสม ซึ่งอาจได้จากเจ้าของ หรือผู้ร่วมลงทุน หรือจากแหล่งเงินกู้ยืม สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือการเตรียมเงินสำรองสำหรับธุรกิจ โดยพิจารณาเตรียมเงินสำรอง สำหรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น สำหรับ 12 เดือนข้างหน้า

               5. ศึกษามาก ๆ และตัดสินใจให้ดี เนื่องจากถ้ามนุษย์เงินเดือนออกมาเป็นเจ้าของกิจการ จะไม่มีสวัสดิการอื่น ๆ เหมือนกับการทำงานบริษัท ควรพิจารณาการบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติม เนื่องจากสวัสดิการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาล คุ้มครองกรณีการเกิดอุบัติเหตุ จะถูกคุ้มครองภายใต้สวัสดิการกลุ่มของบริษัท โดยเมื่อลาออกมาแล้ว สวัสดิการการคุ้มครองต่าง ๆ จะหมดไป เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ อาจเกิดโดยไม่คาดฝัน ดังนั้น ผู้ประกอบการควรมีสวัสดิการติดตัวไว้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะไม่กระทบเงินสำรองและเงินออม เพราะในยุค 4.0 ที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจให้สะดวกและง่ายดายขึ้น ขณะที่มีช่องทางลัดให้ก้าวเดินอีกหลากหลาย ทำให้ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลหากมีใจมุ่งมั่นและพร้อมจะทุ่มเท

การบริหารสภาพคล่องและเงินทุนสำรอง
การบริหารสภาพคล่องและเงินทุนสำรอง

               ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือ การเตรียมความพร้อมของมนุษย์เงินเดือนให้เป็นเถ้าแก่ บอกได้เลยว่า การจะเป็นเจ้าของกิจการนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น คุณควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธุรกิจที่จะทำให้ดี เพื่อลดข้อผิดพลาด และจะได้ไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง

สามารถติดตามเรื่องราวต่างๆ บทความการสวาดภาพ เกมสล็อต ได้ที่ paitourgun

และการดูแลสุขภาพ เมื่อเข้าหน้าหนาว อาหารการกินนั้นก็เรป็นเรื่องสำคัยอีกอย่างหนึ่ง ที่ต้องดูแล ขอนำเสนอ เมนูคลายหนาว ที่พกความอร่อยมาเต็ม แถมทำง่ายสุด ๆ ทำทานกันได้ง่ายๆที่บ้าน และยังเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัย